งูสวัดขึ้นตา อาการ วิธีรักษา และการป้องกันด้วยวัคซีน
งูสวัดขึ้นตาเป็นโรคที่ทำให้มีผื่นหรือตุ่มน้ำรอบดวงตา และปวดแสบ ตาแดง หรือสู้แสงไม่ได้ รักษาโดยการให้ยา ป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีนและดูแลภูมิคุ้มกันให้ทำงานปกติ

ปัญหาสายตาเป็นหนึ่งในปัญหายอดนิยมที่คนส่วนใหญ่มักจะเป็นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นภาวะสายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียง ล้วนแล้วแต่ส่งผลกระทบให้เกิดความยากลำบากขึ้นในการใช้ชีวิตประจำวันทั้งนั้น
การแก้ปัญหาสายตามีด้วยกันหลากหลายวิธี หนึ่งในวิธีที่สามารถช่วยให้คุณกลับมามีการมองเห็นที่ชัดเจนดังเดิมได้ คือ “การทำเลสิค” แล้วการเลสิคเจ็บไหม? เลสิคมีกี่แบบ? ปกติเลสิคราคาประมาณเท่าไหร่? และควรทำเลสิคที่ไหนดี? มารู้จักกับวิธีการแก้ปัญหาสายตาด้วยการทำเลสิคได้ในบทความนี้
KEY TAKEAWAY
สารบัญบทความ
เลสิค (LASIK) หรือการทำเลสิก เป็นวิธีการผ่าตัดเพื่อแก้ไขปัญหาสายตา เช่น สายตาสั้น, สายตาเอียง หรือสายตายาวแต่กำเนิด โดยใช้เลเซอร์เอ็กไซเมอร์เลเซอร์ (Excimer Laser) ในการปรับเปลี่ยนความโค้งของกระจกตาให้เหมาะสมกับค่าสายตาที่คำนวณไว้ ทำให้แสงหักเหและตกกระทบที่จอประสาทตาพอดี ส่งผลให้การมองเห็นกลับมาคมชัดอีกครั้ง
เทคโนโลยี LASIK ในปัจจุบันถูกพัฒนาให้มีความแม่นยำและถนอมกระจกตามากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเลสิคแบบแผลเล็ก เช่น ReLEx SMILE และ Smile Pro ที่ใช้ Femtosecond Laser ช่วยแก้ไขค่าสายตาโดยรบกวนกระจกตาน้อย แผลมีขนาดเล็ก ฟื้นตัวเร็ว และลดความไม่สบายตาหลังทำ
นอกจากเทคโนโลยีแบบแผลเล็กแล้ว ปัจจุบันยังมีวิธีแก้ไขค่าสายตาอีกหลายรูปแบบ เช่น Femto LASIK, Microkeratome LASIK, PRK และ ICL ซึ่งแต่ละวิธีมีหลักการรักษา ข้อดี และข้อจำกัดแตกต่างกัน การเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมจึงไม่สามารถพิจารณาจากความทันสมัยเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการตรวจประเมินค่าสายตา ความหนาของกระจกตา และสุขภาพตาโดยรวม เพื่อให้จักษุแพทย์เลือกวิธีรักษาที่ตอบโจทย์และปลอดภัยที่สุดสำหรับแต่ละบุคคล

การทำเลสิคสามารถช่วยแก้ปัญหาสายตาได้ทั้งภาวะสายตาสั้น สายตายาวโดยกำเนิด และสายตาเอียงได้ โดยเลสิคมีประโยชน์ในการรักษาสายตาแต่ละรูปแบบได้ดังนี้
ทั้งนี้ แม้ว่าการทำ LASIK จะสามารถแก้ไขปัญหาสายตาได้หลายรูปแบบ แต่จักษุแพทย์จะเป็นผู้ประเมินค่าสายตา ความหนาของกระจกตา และสุขภาพตาโดยรวมก่อน เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมและให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละบุคคล
หลายคนอาจสงสัยว่าปกติแล้วเลสิคมีกี่แบบและทำเลสิคแบบไหนดี? การทำเลสิคมีอยู่ 5 ประเภทหลัก ๆ โดยเลสิคแต่ละประเภทมีจุดเด่นที่แตกต่างกันดังนี้
ReLEx SMILEหรือ เลสิค Relex เป็นเทคโนโลยีขั้นสูงที่พัฒนาจากการเลสิกตาแบบดั้งเดิม โดยมีการนำเลเซอร์ชนิด Femtosecond Laser เข้ามาใช้ในการผ่าตัดเลสิคแบบไร้ใบมีด สามารถปลดปล่อยพลังงานในอัตราความเร็วสูงและแม่นยำ ทำให้ระหว่างผ่าตัดจะไม่รู้สึกเจ็บ รบกวนเส้นประสาทน้อย ลดอาการเคืองตา และแผลหายเร็ว เหมาะสำหรับผู้ที่มีค่าสายตาสั้นไม่เกิน 1,000 และสายตาเอียงไม่เกิน 500
การผ่าตัดเลสิคแบบไร้ใบมีด Femto Lasik หรือเลสิค Femto คือการผ่าตัดเลสิคด้วยแสงเลเซอร์จากเครื่อง Femtosecond Laser รุ่น Visumax แทนการใช้ใบมีด ข้อดีคือมีความแม่นยำสูง ลดความคลาดเคลื่อนในการแยกชั้นกระจกตา ลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน เหมาะสำหรับผู้ที่มีค่าสายตาสั้นตั้งแต่ 100-1,000 หรือสายตาเอียงได้ถึง 600
Microkeratome Lasik เป็นวิธีเลสิคแบบใช้ใบมีดอัตโนมัติในการตัดแยกชั้นกระจกตา แล้วยิงเลเซอร์เพื่อแก้ไขปัญหาความผิดปกติของสายตา ซึ่งแม้การเลสิคด้วยวิธีนี้จะฟังดูน่ากลัว แต่เทคโนโลยีก็ถูกพัฒนามาอย่างต่อเนื่องจนมีความปลอดภัยสูง ข้อดีคือราคาไม่แพงและใช้เวลาพักฟื้นน้อย เหมาะสำหรับผู้ที่มีสายตาสั้นไม่เกิน 1,300 และสายตาเอียงไม่เกิน 500
การทำ PRK (Photorefractive Keratectomy) เป็นวิธีเลสิครุ่นแรกสุดที่ยังคงได้รับความนิยม โดยจะไม่มีการแยกชั้นกระจกตา แต่จะขจัดเยื่อบุผิวชั้นนอกสุดออกก่อนแล้วจึงใช้ Excimer Laser ในการปรับรูปร่างกระจกตา โอกาสเกิดผลข้างเคียงน้อย ไม่มีการเย็บแผล เหมาะสำหรับผู้ที่มีกระจกตาบางหรือ ตาแห้ง ผู้ที่มีค่าสายตาสั้นไม่เกิน 500 สายตาเอียงไม่เกิน 200 และผู้ที่ประกอบอาชีพเสี่ยงอย่างนักบิน
การทำ ICL (Implantable Collamer Lens)เป็นการใส่เลนส์แก้วตาเทียมชนิดถาวรเข้าไปวางหน้าเลนส์แก้วตา ไม่มีการเย็บแผล ทั้งยังสามารถนำเลนส์เสริมออกได้หากไม่พึงพอใจ เหมาะสำหรับผู้ที่มีสายตาสั้นไม่เกิน 1,800 หรือเอียงไม่เกิน 600 หรือผู้ที่ไม่สามารถทำเลสิคได้ รวมถึงผู้ที่มีอาการตาแห้งมากหรือกระจกตาบาง
สำหรับผู้ที่กำลังเปรียบเทียบวิธีรักษา นอกจากประสิทธิภาพของแต่ละเทคนิคแล้ว ค่าใช้จ่ายในการทำ LASIK ก็เป็นอีกปัจจัยที่หลายคนใช้ประกอบการตัดสินใจ โดยค่าใช้จ่ายของแต่ละเทคนิคจะแตกต่างกันตามสถานพยาบาล เทคโนโลยีที่ใช้ และความซับซ้อนของค่าสายตา
การทำเลสิคนั้นมีทั้งข้อดีและข้อจำกัด ดังนี้
ผู้ที่เหมาะสมกับการเลสิค มีดังต่อไปนี้
หากไม่แน่ใจว่าสายตาสั้นเท่าไหร่ ควรทำเลสิกแนะนำให้ตรวจประเมินกับจักษุแพทย์ เพราะไม่ได้ขึ้นอยู่กับค่าสายตาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูความหนากระจกตา สุขภาพตา และความคงที่ของค่าสายตาร่วมด้วย
LASIK อาจไม่เหมาะกับคนบางกลุ่ม ดังนี้
ก่อนทำ LASIK ควรตรวจประเมินกับจักษุแพทย์ เพื่อเลือกวิธีรักษาที่ปลอดภัยและเหมาะกับสุขภาพตาของแต่ละคน

ก่อนเข้ารับการทำ LASIK เราควรเตรียมตนเองให้พร้อมในด้านต่าง ๆ ทั้งด้านข้อมูลและด้านสภาพร่างกาย เพื่อให้การเข้าสู่กระบวนการรักษาสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่น รวมไปจนถึงการป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นในระหว่างการทำเลสิค โดยคุณสามารถปฏิบัติตัวเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการทำเลสิคได้ ดังนี้
โดยปกติแล้ว การทำเลสิคมีขั้นตอนดังต่อไปนี้

ถึงแม้ว่าจะผ่านการผ่าตัดมาเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว ก็ยังจำเป็นที่จะต้องดูแลตนเองอยู่ หลังทําเลสิค ห้ามอะไรบ้าง? จึงมีข้อควรรู้และควรปฏิบัติหลังเลสิคมาให้ทุกท่านได้ทราบโดยทั่วกัน ดังนี้
โดยทั่วไป LASIK เป็นวิธีแก้ไขค่าสายตาที่มีอัตราความสำเร็จสูง โดยผลการศึกษาของกลุ่มผู้ที่ทำ ReLEx SMILE และ SMILE Pro พบว่า หลังผ่าตัด 6 เดือน ผู้เข้ารับการรักษาส่วนใหญ่มีการมองเห็นดีขึ้นในระดับที่ใช้ชีวิตประจำวันได้ชัดเจน และมีหลายรายที่มองเห็นได้ใกล้เคียงกับค่าสายตาปกติ
อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์หลังทำอาจแตกต่างกันไปตามค่าสายตาเดิม สุขภาพตา ความหนาของกระจกตา และการดูแลตัวเองหลังผ่าตัด จึงควรให้จักษุแพทย์ตรวจประเมินอย่างละเอียดก่อนเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสม
LASIK ถือเป็นวิธีแก้ไขค่าสายตาที่มีความปลอดภัย หากทำโดยจักษุแพทย์และผ่านการตรวจประเมินสุขภาพตาอย่างละเอียดก่อนรักษา โดยแพทย์จะพิจารณาหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น ค่าสายตา ความหนาของกระจกตา ความชุ่มชื้นของดวงตา โรคประจำตัวเกี่ยวกับตา รวมถึงไลฟ์สไตล์การใช้สายตา เพื่อเลือกวิธีแก้ไขค่าสายตาที่เหมาะสมกับแต่ละคนมากที่สุด
อย่างไรก็ตาม หลังทำ LASIK อาจมีอาการตาแห้ง ระคายเคืองตา แสบตา หรือเห็นแสงฟุ้งในช่วงแรกได้ในบางราย ซึ่งมักค่อย ๆ ดีขึ้น แต่หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดตามาก ตาแดงมาก หรือการมองเห็นแย่ลง ควรรีบพบจักษุแพทย์ทันที
การทำ LASIK เป็นวิธีแก้ไขค่าสายตาผิดปกติที่ช่วยให้มองเห็นชัดขึ้น ทั้งสายตาสั้น สายตาเอียง และสายตายาวแต่กำเนิด โดยปัจจุบันมีเทคโนโลยีหลายรูปแบบให้เลือกตามปัญหาสายตาและสุขภาพตาของแต่ละคน หากผ่านการตรวจประเมินอย่างเหมาะสม การทำเลสิกสายตาสั้นและยาวถือเป็นวิธีที่มีความปลอดภัยและมีอัตราความสำเร็จสูง ช่วยให้ใช้ชีวิตประจำวันได้สะดวกขึ้น ลดการพึ่งพาแว่นตาหรือคอนแทคเลนส์
หากยังไม่แน่ใจว่าปัญหาสายตาของคุณเหมาะกับเลสิควิธีใด หรือกำลังเปรียบเทียบว่าทำเลสิกที่ไหนดีสามารถปรึกษาจักษุแพทย์ที่โรงพยาบาลสมิติเวช ไชน่าทาวน์ เพื่อประเมินค่าสายตา สุขภาพตา และวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
References
Mayo Clinic Staff. (2025, July 16). LASIK eye surgery. Mayo Clinic. https://www.mayoclinic.org/tests-procedures/lasik-eye-surgery/about/pac-20384774
LASIK — Laser Eye Surgery. (2024, August 9). American Academy of Ophthalmology. https://www.aao.org/eye-health/treatments/lasik
U.S. Food & Drug Administration (FDA). LASIK Quality of Life Collaboration Project (LQOLCP). https://www.fda.gov/medical-devices/lasik/lasik-quality-life-collaboration-project
American Academy of Ophthalmology. (2024, August 9). LASIK — Laser Eye Surgery.https://www.aao.org/eye-health/treatments/lasik
ระหว่างการผ่าตัด LASIK จักษุแพทย์จะใช้ยาชาชนิดหยอดตาจึงไม่รู้สึกเจ็บใด ๆ หลังทำเลสิคอาจมีอาการระคายเคืองเล็กน้อย แต่จะดีขึ้นในเวลาไม่นาน และสามารถมองเห็นได้ปกติในวันถัดไป
โดยทั่วไปแล้ว หากค่าสายตาสั้นเกิน 1,400 หรือมีปัจจัยอื่น ๆ เช่น กระจกตาบางมาก อาจไม่เหมาะกับการทำเลสิค ทั้งนี้ควรปรึกษาจักษุแพทย์ เพื่อตรวจประเมินสายตาและสุขภาพตาโดยรวมเพื่อหาวิธีที่เหมาะสมที่สุด
ไม่มีเกณฑ์ที่กำหนดตายตัวว่าต้องมีค่าสายตาเท่าไหร่จึงจะควรทําเลสิค แต่หากการใช้ชีวิตประจำวันของคุณมีปัญหาจากค่าสายตาและไม่ต้องการพึ่งพาแว่นหรือคอนแทคเลนส์ การทำเลสิกคือทางเลือกที่ดีที่จะช่วยคืนอิสระให้กับการมองเห็นของคุณ
สามารถทำได้ โดยแพทย์จะทำการตรวจวัดและคำนวณค่าสายตาแต่ละข้างอย่างละเอียด เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมและทำการผ่าตัดเพื่อให้การมองเห็นทั้งสองข้างกลับมาคมชัด
เป็นไปได้ที่ค่าสายตาจะกลับมาสั้นอีกครั้ง เนื่องจาก LASIK เป็นการแก้ไขปัญหาที่มีอยู่เดิมให้หมดไป แต่ไม่สามารถหยุดยั้งการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย จากพฤติกรรมการใช้ชีวิต ปัจจัยทางพันธุกรรม หรือโรคต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต