Emergency call   เปลี่ยนภาษา
English ภาษาไทย 中文(简体)

บทความสุขภาพ

รีเลกส์ สมายล์ (ReLEx® SMILE) เทคโนโลยีการรักษาสายตาผิดปกติแบบไร้ใบมีด



ReLEx SMILE ย่อมาจาก ReLEx (Refractive Lenticule Extraction) SMILE (Small Incision Lenticule Extraction) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการผ่าตัดแก้ไขสายตาสั้น และสายตาเอียงด้วยแสงเลเซอร์ ซึ่งมีการพัฒนามาจากเทคโนโลยี LASIK แบบเดิมให้มีข้อดีเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งยังลดภาวะแทรกซ้อนบางประการของ LASIK ลง
 
การผ่าตัดแก้ไขความผิดปกติของสายตาด้วยวิธี ReLEx SMILE ทำอย่างไร

การทำงานของ ReLEx SMILE ถือเป็นเทคโนโลยีขั้นสูงใหม่ตัวล่าสุด โดยใช้แสงเลเซอร์ที่เรียกว่า Femtosecond Laser โดยจักษุแพทย์ผู้ชำนาญการจะแยกชั้นกระจกตาเป็นรูปเลนส์ (Lenticule) ภายในกระจกตา หลังจากนั้นจะนำเลนส์ที่ตัดไว้ออกมาผ่านแผลเปิดเล็ก ๆ ขนาดประมาณ 2-4 มิลลิเมตรที่กระจกตา เพื่อทำการปรับความโค้งของกระจกตาให้เหมาะสมกับค่าสายตา ซึ่งวิธีนี้ทำให้แผลมีขนาดเล็กมาก หลังผ่าตัดแผลจะหายเร็ว การรบกวนเส้นประสาทบริเวณกระจกตาน้อย จึงเกิดอาการตาแห้ง และอาการเคืองตาน้อยลงมาก เมื่อเทียบกับ LASIK แบบเดิม อีกทั้งยังได้ค่าสายตาที่แม่นยำ มองเห็นชัดเจนและใช้เวลาเพียง 1-2 วัน ก็สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้ตามปกติแล้ว
 
ข้อดีของการผ่าการผ่าตัดแก้ไขความผิดปกติของสายตาด้วยวิธี ReLEx SMILE

 
  • ไม่รู้สึกเจ็บขณะผ่าตัด ไม่มีการใช้เครื่องมือแยกชั้นฝากระจกตาแบบ LASIK ทำให้รู้สึกสบายตาหลังผ่าตัด
  • ไม่ต้องกังวลเรื่องภาวะแทรกซ้อนจากการแยกชั้นฝากระจกตาที่เกิดขณะผ่าตัด หรือฝากระจกตาเคลื่อนหลังผ่าตัดแบบวิธี LASIK
  • ReLEx SMILE เป็นวิธีการผ่าตัดแบบไร้ใบมีดอย่างสิ้นเชิง (Bladeless) อีกทั้งยังมีความแม่นยำสูงมาก
  • วิธีนี้สามารถแก้ไขสายตาสั้นได้ถึง 1000 (-10.00 D) และสายตาเอียงได้ถึง 500 (หรือ -5.00 D)
  • ReLEx SMILE เป็นทางเลือกที่ทันสมัยที่สุดของการรักษาค่าสายตาผิดปกติด้วยเลเซอร์ โดยเฉพาะผู้ที่มีข้อจำกัดเรื่องความหนาของกระจกตา อีกทั้งยังมีช่วยลดภาวะแทรกซ้อน และช่วยลดอัตราการพักฟื้นอีกด้วย

ใครบ้างที่สามารถเข้ารับการรักษาภาวะสายตาผิดปกติด้วยวิธี ReLEx SMILE
 
  • ผู้ที่มีค่าสายตาสั้นไม่เกิน 1000 (-10.00 D) และสายตาเอียงไม่เกิน 500 (หรือ -5.00 D) หรือสายตาสั้นร่วมกับสายตาเอียง
  • ผู้ที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป โดยจะต้องมีค่าสายตาคงที่อย่างน้อย 1 ปี หรือเปลี่ยนแปลงไม่เกิน 50 ใน 1 ปี
  • ผู้เข้ารับการรักษาควรมีอายุไม่เกิน 55 ปี ในกรณีผู้ที่มีอายุเกิน 40 ปีขึ้นไป พร้อมมีภาวะสายตาสั้นและสายตายาวตามอายุร่วมด้วย หากต้องการรักษาด้วยวิธีนี้มีอยู่ 2 ทางเลือกคือ รักษาทั้งสองข้างเพื่อแก้ค่าสายตาสั้นและใช้แว่นอ่านหนังสือเพื่อช่วยในการมองใกล้ หรือรักษาเพียงข้างใดข้างหนึ่งให้มีค่าสายตาใกล้เคียงปกติ เพื่อให้มองชัดในที่ไกล และอีกข้างทำให้เหลือค่าสายตาสั้นไว้ช่วยมองใกล้ แต่จะต้องขึ้นอยู่กับคำแนะนำของแพทย์ และความสะดวกในการใช้ชีวิตของผู้เข้ารับการรักษาด้วย
  • ผู้เข้ารับการรักษาจะต้องไม่มีโรคที่เกี่ยวข้องกับกระจกตา เช่น โรคตาแห้งอย่างรุนแรง โรคกระจกตาย้วย และจอประสาทตาเสื่อม ซึ่งโรคเหล่านี้จะส่งผลต่อการมองเห็น
  • ไม่มีโรคทางร่างกายที่ทำให้แผลหายยาก เช่น โรคภูมิต้านตัวเอง โรค SLE โรครูมาตอยด์ โรคสะเก็ดเงิน รวมทั้งผู้ที่เป็นโรคเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดี
  • ผู้ที่รับประทานยารักษาสิวในกลุ่ม Isotretinoin เช่น Roaccutane, Acnotin, Isotret ควรหยุดยาอย่างน้อย 6 สัปดาห์ก่อนวันตรวจวิเคราะห์สภาพตาและก่อนผ่าตัด
  • ทั้งนี้ผู้ที่จะเข้ารับการรักษาด้วยได้ จะต้องผ่านการตรวจวิเคราะห์สภาพตาโดยจักษุแพทย์ว่าสุขภาพตาแข็งแรง จนสามารถเข้ารับการรักษาได้แล้ว
 
การประเมินสภาพสายตาก่อนเข้ารับการรักษาด้วย ReLEx SMILE

ก่อนเข้ารับการรักษา จะต้องมีการตรวจประเมินสภาพสายตาโดยจักษุแพทย์อย่างละเอียดก่อย โดยจะใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ซึ่งมีรายการตรวจดังนี้

 
  • การตรวจวัดค่าสายตาด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์
  • การทดสอบการมองเห็น
  • การวัดความดันลูกตา
  • การตรวจและวัดค่าสายตาโดยจักษุแพทย์
  • การวัดปริมาณน้ำตา
  • การถ่ายภาพพื้นผิวกระจกตาและวัดความหนาของกระจกตา
  • การหยอดยาขยายม่านตา
  • การตรวจสภาพจอประสาทตาอย่างละเอียดโดยจักษุแพทย์
 
วิธีเตรียมตัวก่อนผ่าตัดด้วย ReLEx SMILE

 
  • ควรมาถึงก่อนเข้ารับการผ่าตัดอย่างน้อย 2 ชั่วโมง เพื่อมาหยอดตา
  • ควรสระผมก่อนมาเข้ารับการผ่าตัด งดการฉีดน้ำหอม งดการแต่งหน้า และใส่เสื้อแบบผ่าหน้า หรือมีกระดุม
  • ไม่ควรขับรถมาคนเดียว ควรมีญาติมารอรับด้วย เนื่องจากหลังผ่าตัดผู้ป่วยจะต้องใส่ที่ครอบตา 1 วัน แต่ไม่จำเป็นต้องนอนพักค้างคืนที่โรงพยาบาล
  • ระยะเวลาที่ใช้ในการผ่าตัด ประมาณ 30 นาที
 
การปฏิบัติตัวหลังเข้าการรักษาด้วย ReLEx SMILE

 
  • ในช่วง 2 สัปดาห์แรก ควรหลีกเลี่ยงการบีบตาหรือขยี้ตาแรงๆ
  • เพื่อป้องกันการขยี้ตาโดยไม่รู้ตัว ควรใส่ที่ครอบตาเวลานอนอย่างน้อย 3 วัน
  • ระวังไม่ให้น้ำเข้าตาเป็นเวลา 1 สัปดาห์
  • หมั่นหยอดตาให้ครบตามที่จักษุแพทย์สั่ง
  • ไม่ควรใช้สายตาในการจ้องมองมากเกินไป โดยเฉพาะการอ่านหนังสือ การเพ่งหน้าจอโทรศัพท์ และการใช้คอมพิวเตอร์
  • มาตรวจติดตามการรักษาอย่างต่อเนื่องตามที่จักษุแพทย์นัดหมาย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม