Hospital Hotline

02-118-7893

  เปลี่ยนภาษา
English ภาษาไทย 中文(简体)

ศูนย์รักษาโรค

ศูนย์ผ่าตัดข้อเข่าเทียมสมิติเวช ไชน่าทาวน์

ศูนย์ผ่าตัดข้อเข่าเทียมสมิติเวช ไชน่าทาวน์

เราเป็นศูนย์การแพทย์เฉพาะทางโรคกระดูกและข้อ ประกอบด้วยทีมแพทย์ที่มีความชำนาญระดับสูงในการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคข้อเสื่อม ทั้งข้อเข่า และข้อสะโพก ตั้งแต่ระดับการตรวจวินิจฉัย การดูแลรักษาโดยใช้ยา การทำกายภาพบำบัด ไปจนถึงการรักษาด้วยการผ่าตัด โดยเฉพาะการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม เพื่อรักษาอาการข้อเข่าเสื่อมระยะรุนแรง และการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพก เพื่อรักษาอาการข้อสะโพกเสื่อม หรืออุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจนส่งผลกระทบต่อข้อเข่าและข้อสะโพก

ทำไมต้อง Samitivej SMART Joint Center

ที่ศูนย์ผ่าตัดข้อเทียม สมิติเวช ไชน่าทาวน์ เรามอบประสบการณ์ในการรักษาโรคเกี่ยวกับกระดูกและข้ออย่างมืออาชีพ และได้มาตรฐานสากล โดยเรายึดหลักสำคัญในการดูแลรักษา คือ

Safety: เรามอบการดูแลรักษาที่มีความปลอดภัยสูงสุด
Multidisciplinary: เราดูแลรักษาโดยผู้เชี่ยวชาญในทุกด้าน
Advance: เราใช้เทคโนโลยีการรักษาขั้นสูง เพื่อดูแลทุกความซับซ้อนของปัญหา
Rehabitation: เราให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูกล้ามเนื้อ ข้อต่อ หลังการผ่าตัด เพื่อให้ได้ผลการรักษาออกมาดีที่สุด
Total Joint Care: การดูแลโรคข้อแบบรอบด้าน ทั้งการให้ความรู้ ปรับเปลี่ยนการดำเนินชีวิต การผสมผสานการรักษาแบบต่างๆ เข้าด้วยกัน ทั้งการใช้ยาและไม่ใช้ยา

 

โรคข้อเข่าเสื่อม

สาเหตุของโรคข้อเข่าเสื่อม

 
  • เกิดจากพันธุกรรมและความผิดปกติแต่กำเนิด เช่น ขาหรือเข่าผิดรูป
  • อายุที่มากขึ้น ส่งผลให้การซ่อมแซมตัวเองของกระดูกอ่อนลดลง และผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไปจะมีแนวโน้มของการเกิดข้อเข่าเสื่อมได้มากกว่าผู้ชายที่อายุเท่ากัน
  • น้ำหนักตัวมาก หรือมี BMI มากกว่า 23 กก./ม.2
  • มีประวัติการบาดเจ็บที่ข้อเข่า ซึ่งส่งผลให้มีโอกาสเกิดข้อเข่าเสื่อมได้สูง เช่น
    • ข้อเข่าซ่อมแซมตัวเองหลังการบาดเจ็บได้ไม่แข็งแรงเหมือนเดิม
    • ได้รับการรักษาอย่างไม่ถูกวิธี
  • การใช้ข้อเข่าหักโหมซ้ำๆ หรือท่าทางบางอย่างที่ต้องงอเข่ามากเกินไป เช่น การคุกเข่า หรือนั่งยองๆ ซึ่งทำให้เข่าต้องรับแรงกดสูงกว่าปกติเป็นเวลานานหรือบ่อยครั้ง
  • โรคไขข้ออักเสบ เช่น รูมาตอยด์ เกาท์ ส่งผลให้กระดูกอ่อนถูกทำลายจนกระทั่งหมดไป ทำให้เกิดอาการปวดและข้อติดแข็งตามมา

อาการของโรคข้อเข่าเสื่อม

 
  • เจ็บปวดบริเวณข้อ เจ็บข้อเข่า มีอาการปวดข้อ ปวดเข่า โดยเฉพาะเวลาเคลื่อนไหว
  • มีเสียงดังที่ข้อ เวลาเคลื่อนไหว
  • ขาโก่ง ขากาง กระดูกผิดรูป เข่าชนหรือเข่าห่างกันมากเกินไป
  • ขาบิดออกด้านนอก หรือบิดเข้าด้านใน
  • ขาสั้นยาวไม่เท่ากัน
  • งอเหยียดเข่าหรือสะโพกได้ไม่สุดหรือไม่เท่าปกติ ลุกนั่งยาก ขัดในข้อ ขึ้นลงบันไดไม่สะดวก

ระยะของโรคข้อเข่าเสื่อม

ระยะแรก  ตอนนี้กระดูกอ่อนผิวข้อยังสึกไม่มาก อาการเจ็บเข่า จะมีเฉพาะเวลาทำกิจกรรมที่ใช้งานข้อเข่ามากๆ หรือ มีแรงกดมาที่ผิวข้อเยอะๆ เช่น ตอนขึ้นหรือลงบันได ตอนนั่งยอง นั่งขัดสมาธิ หรือนั่งพับเพียบ หลายท่านมีอาการหลังจากเดินไกลๆ เช่นตอนไปท่องเที่ยว มีอาการตอนนั่งรถแคบๆ ที่ต้องนั่งงอเข่าอยู่นานๆ หรือ หลังจากไปทำบุญที่วัด เพราะไปนั่งพื้นมา อาจจะมีเสียงดังในเข่าได้บ้างอาจจะดังเป็นบางจังหวะและไม่ใช่เสียงกรอบแกรบชัดเจน ระยะนี้จะปวดไม่นาน ปวดเป็นช่วงๆหลังทำกิจกรรมที่กล่าวมา และอาการดีขึ้นเองได้

ระยะปานกลาง ระยะนี้ความสึกหรอในข้อจะเพิ่มมากขึ้น ผิวข้อมีความเสียหายมากขึ้น เกิดการอักเสบต่อเนื่องในข้อเข่า จะมีอาการปวด บวม อุ่นในข้อบ่อยขึ้น มีเสียงดังในเข่าขยับดูจะมีเสียงกรอบแกรบในข้อ อาการเจ็บข้อจะเป็นตอนทำกิจกรรมปกติธรรมดา เช่น ยืน เดินพื้นราบปกติ ตอนลุกจากเก้าอี้ธรรมดาก็จะลุกลำบากขึ้น ลุกช้า ลุกแล้วต้องยืนตั้งตัวซักพักถึงจะออกเดินได้ สำหรับกิจกรรมที่ใช้งานเข่ามาก ก็จะมีอาการเจ็บมากขึ้นด้วย เช่น ตอนขึ้นบันไดเจ็บเข่ามาก ขึ้น-ลงได้ลำบาก นั่งพื้น นั่งงอเข่าไม่ได้เลย ระยะนี้อาการปวดอักเสบอาจจะต่อเนื่อง ไม่หายเอง หรือ หายก็ไม่หายสนิทครับ

ระยะรุนแรง เมื่อกระดูกอ่อนผิวข้อสึกหรอหลายตำแหน่งหรือเป็นวงกว้าง กระดูกอ่อนอาจจะบางลงจนไม่เหลือเลย ระยะนี้เข่าจะมีความผิดรูป ขาโก่ง งอเหยียดไม่สุด งอไม่ลง เดินตัวเอียงไปซ้าย-ขวา (ต้องโยกตัวเดิน) อาการเจ็บปวดอาจจะเป็นตลอดทุกครั้งที่ยืน เดิน หรือขยับเข่า หรือ อาจจะไม่เจ็บปวดแล้ว เพราะข้อเข่าติดแข็งมาก เคลื่อนไหวได้น้อย กลุ่มนี้จะมีความผิดรูปของข้อเด่นชัดมากกว่าอาการเจ็บปวด

 

การรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม

การรักษาด้วยวิธีที่ไม่ใช่การผ่าตัด ช่วยบรรเทาอาการปวดและช่วยให้เข่าเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น ได้แก่
 
  • ปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิต เช่น รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ หากมีน้ำหนักตัวเกิน แนะนำควบคุมน้ำหนักตัว และออกกำลังกายที่กระแทกข้อเข่าน้อยเป็นประจำ เช่น ว่ายน้ำ ขี่จักรยาน เดิน เพื่อส่งเสริมให้ข้อเข่าแข็งแรงขึ้น
  • รับประทานยาเพื่อบรรเทาอาการ เช่น ยาแก้ปวด ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์
  • การฉีดยาหล่อเลี้ยงข้อเข่าในกรณีที่มีอาการปวดไม่มาก และการทำลายของกระดูกอ่อนยังไม่รุนแรง 
  • การฉีดยาสเตรียรอยด์ในกรณีที่มีอาการปวดเฉียบพลันที่รุนแรงและเป็นครั้งคราว
  • การกายภาพบำบัดข้อเข่า

โปรแกรมการรักษาโดยไม่ใช้วิธีผ่าตัด

การใช้ยาฉีด Hyaluronic Acid

 
  • ผู้ป่วยที่มีความรุนแรงของโรคข้อเข่าเสื่อม ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปานกลาง
  • ผู้ป่วยที่รับประทานยาบรรเทาอาการปวดและอักเสบ ร่วมกับการทำกายภาพแล้ว แต่อาการยังไม่ดีขึ้น
  • ผู้ป่วยที่ไม่สามารถผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมได้
  • ในปัจจุบันฉีดเพียง 1 เข็ม/เข่า ผลการรักษาจะอยู่ได้นาน 6-12 เดือน (ขึ้นอยู่กับความเสื่อมของแต่ละคน)

ราคา 22,000 บาท/เข็ม
หมายเหตุ แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละรายตามลักษณะอาการที่เกิด


การใช้ยาฉีดสเตียรอยด์

ยาสเตียรอยด์ถือเป็นยาต้านการอักเสบที่ออกฤทธิ์ได้ผลดีมาก ช่วยลดอาการปวดได้อย่างรวดเร็ว แต่อาจมีผลข้างเคียงทำให้กระดูกอ่อนโดนทำลายมากขึ้นได้โดยยาสเตียรอยด์มีประโยชน์ดังนี้

  • สามารถลดอาการปวด บวม และอีกเสบ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มสมรรถนะการใช้งานข้อเข่าในระยะสั้นได้
  • ควรใช้ผู้ป่วยที่มีอาการอักเสบของข้อเข่าแบบเฉียบพลันเท่านั้น น้ำในข้อเข่ามาก และมีข้อจำกัดเรื่องการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม
  • การฉีดสเตียรอยด์เข้าข้อมีผลกระทบต่อกระดูกอ่อนผิวข้อเมื่อใช้ต่อเนื่องในระยะยาว จึงควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เฉพาะทาง
  • การฉีดสเตียรอยด์เข้าข้อเข่าควรฉีดในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมระยะปานกลางถึงระยะรุนแรง โดย 1 เข็ม ฉีดสำหรับ 2 เข่า ซึ่งผลการรักษาจะอยู่ได้นาน 6 เดือน (ขึ้นอยู่กับความเสื่อมของแต่ละคน)

ราคา 3,000 บาท/เข็ม
หมายเหตุ แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละรายตามลักษณะอาการที่เกิด

 

    เพิ่มเพื่อน


การรักษาด้วยการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม


การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมทั้งข้อ (Total Knee Replacement: TKR) จะทำในผู้ป่วยที่มีอาการของโรคข้อเข่าเสื่อมมาก มีอาการเข่าโก่ง หรือเหยียดและงอเข่าได้ไม่สุด จนอาการจากโรคข้อเสื่อมส่งผลกระทบต่อคุณภาพการใช้ชีวิตของผู้ป่วย ซึ่งอาการเหล่านี้ไม่สามารถรักษาด้วยวิธีแบบไม่ผ่าตัดได้

หมายเหตุ แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละรายตามลักษณะอาการที่เกิด

 

ใครบ้างควรเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม

 
  1. ปวดเข่ามากจนทำให้ไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ เช่น ปวดมากเวลาเดิน ขึ้นลงบันได ลุกหรือนั่ง หรือปวดเวลานอน
  2. มีการอักเสบบวมแดงของเข่าบ่อยครั้ง และติดต่อกันเรื้อรัง
  3. เข่ามีการผิดรูป เช่น เข่าโค้งออก หรืองอเข้าด้านใน
  4. ขยับเข่า งอเข่า หรือเหยียดเข่าลำบาก
  5. ใช้การรักษาด้วยวิธีอื่นเริ่มไม่ได้ผล เช่น การรับประทานยา การฉีดยาเข้าในข้อเข่า หรือการทำกายภาพบำบัด

 
ขั้นตอนการตรวจร่างกายก่อนการผ่าตัด

สิ่งที่ควรตรวจก่อนเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า คือ

  • ตรวจสุขภาพทั้งหมด เพื่อดูสุขภาพโดยรวมของคนไข้ว่าพร้อมต่อการผ่าตัดหรือไม่ (รายการตรวจขึ้นอยู่กับแพทย์สั่ง)
  • ตรวจการทำงานของเข่า ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบ ๆ เข่าและความแข็งแรงของเอ็นรอบ ๆ เข่า
  • ทำการเอ็กซ์เรย์ข้อเข่าเพื่อดูความเสียหายของเข่า
  • การตรวจเลือด เอ็กซ์เรย์พิเศษ หรือตรวจด้วยการทำ MRI เพื่อดูสภาพของกล้ามเนื้อ และเนื้อเยื่อต่าง ๆ รอบกระดูก

หมายเหต: ​ผลการรักษามากกว่า 90% ของผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียมจะรู้สึกเจ็บปวดน้อยลง และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ใกล้เคียงกับปกติ


การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด

 
  • การตรวจร่างกายโดยแพทย์อายุรกรรมเพื่อดูความพร้อมก่อนการผ่าตัด และอาจมีการตรวจซ้ำโดยแพทย์เฉพาะทาง เช่น แพทย์อายุรกรรมหัวใจอีกครั้ง
  • การตรวจทางห้องปฏิบัติการ เช่น ตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ และ X-Ray
  • การเตรียมบริเวณที่ผ่าตัด ตรวจดูผิวหนังบริเวณเข่าและขา หากมีอาการผิวหนังอักเสบ บวมแดงผิดปกติ จะต้องให้แพทย์ผู้ทำการผ่าตัดพิจารณาอีกครั้ง
  • เนื่องจากการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมเป็นการผ่าตัดใหญ่ มีการเสียเลือดมาก อาจต้องมีการให้เลือดในระหว่างการผ่าตัดหรือหลังผ่าตัด จึงจำเป็นต้องมีการเตรียมเลือด โดยคนไข้สามารถใช้เลือดที่โรงพยาบาลเตรียมไว้ หรือคนไข้สามารถบริจาคเลือดของตัวผู้ป่วยเองไว้ใช้ในการผ่าตัดได้ โดยบริจาค 3 – 4 อาทิตย์ก่อนการผ่าตัด และบริจาคครั้งสุดท้ายไม่น้อยกว่า 2 อาทิตย์ก่อนการผ่าตัด
  • ยาประจำที่ผู้ป่วยใช้ ผู้ป่วยต้องบอกแพทย์เรื่องยาที่รับประทานเป็นประจำ โดยยาบางตัวจำเป็นต้องหยุดก่อนการผ่าตัด เช่น ยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด พวกยาแอสไพริน (Aspirin) ยาลดการอักเสบบางตัว


การดูแลหลังการผ่าตัด

การเตรียมสิ่งแวดล้อมในบ้านและคนช่วยเหลือในช่วงหลังผ่าตัดถือเป็นสิ่งสำคัญ ผู้ป่วยจะสามารถช่วยตัวเองและเคลื่อนไหวโดยเครื่องพยุง แต่ในช่วงแรก ๆ หลังการผ่าตัดจำเป็นต้องมีคนช่วยในการประกอบกิจกรรมบางอย่าง เช่น อาบน้ำ ทำอาหาร ซื้อของ หรือซักผ้า ควรมีการติดตั้งและปรับปรุงสภาพบ้านและสิ่งแวดล้อมในบ้านเพื่อให้เหมาะสมหลังผ่าตัด ดังนี้

  • การติดตั้งราว (Bar) ตามขอบในห้องน้ำ เพื่อช่วยในการเดิน และลุกนั่ง
  • ตรวจดูราวบันไดให้แข็งแรงและมั่นคง
  • ควรมีเก้าอี้พลาสติกไว้รองนั่งเวลาอาบน้ำฝักบัว
  • ควรจัดให้ผู้ป่วยอยู่ชั้นใดชั้นหนึ่ง ในกรณีที่บ้านมีหลายชั้น เพื่อหลีกเลี่ยงการขึ้น – ลงบันได ที่อาจส่งผลกระทบต่อข้อเข่าได้

โปรแกรมการรักษาของเรา

 
แพ็กเกจผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม 1 ข้าง
ค่าข้อเข่าเทียม
Implant
ค่าห้องพักแบบมาตราฐาน 4 คืน ,รวมค่าการพยาบาล,บริการห้องพัก,ค่าอาหาร,ค่าเครื่องมือแพทย์ที่เกี่ยวข้อง(ตามกำหนด)
Standard Room 4 Nights, Nursing, Room Service and Medical Equipment. The package includes 3 meals per day
ค่ายาผู้ป่วยใน,ค่าเวชภัณฑ์,ค่าอุปกรณ์ทางการแพทย์,ค่ายากลับบ้าน ขณะนอนพักในรพ. (ตามที่กำหนด)
Medicine, Medical Equipment/Supplies at Ward
ค่าห้องผ่าตัด ค่าหอฟักฟื้น รวมค่ายาและเวชภัณฑ์ในการผ่าตัด (ตามกำหนด)
Operating Room, Recovery Room, Medicine, Medical Equipment and supplies in OR
ค่าบริการการทำกายภาพบำบัด
Rehabilitation Service
ค่าแพทย์ผ่าตัดและแพทย์วิสัญญี
Surgeon and Anesthesiologist Fee
ราคา 225,000 บาท
พิเศษ รับฟรี โปรแกรมตรวจสุขภาพก่อนผ่าตัด มูลค่า 11,500 บาท รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก

 

หมายเหตุ

  • ราคาดังกล่าว ไม่รวมค่าใช้จ่ายในการเตรียมตัวก่อนเข้ารับการผ่าตัด   
  • ราคาดังกล่าว เริ่มใช้บริการได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 ก.ค.65 เท่านั้น
  • ราคานี้สำหรับคนไทยเท่านั้น
  • โรงพยาบาลขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงราคาและเงื่อนไขโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า            
  • สามารถรับบริการได้ที่โรงพยาบาลสมิติเวชไชน่าทาวน์ บนถนนเยาวราช ติดวงเวียนโอเดียน เท่านั้น        
  • สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สายตรงโทร. 02-118-7893 หรือสายตรงแผนกกระดูกและข้อ 02-118-7922


     เพิ่มเพื่อน

“แนวทางการรักษาผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าของศูนย์ผ่าตัดข้อเทียมสมิติเวช ไชน่าทาวน์ โรงพยาบาลสมิติเวช ไชน่าทาวน์ ที่นี่เรามุ่งหวังที่จะมอบประสบการณ์การรักษาโรคข้อเสื่อมที่ดีที่สุดให้แก่คนไข้ของเรา”

ชีวิตที่เปลี่ยนไปของผู้เข้ารับการรักษา